วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2554, เวลา 20:17:01 น. *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: Sportzeed ยินดีต้อนรับเว็บบอร์ดของ Sportzeed ครับ  แนะนำหรือติชมกันได้นะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สุดยอดมือกีต้าร์เมืองไทย  (อ่าน 445 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pruekmata
ผู้เล่นทีมชุดใหญ่
******

SZ Point 0
เพศ: ชาย
กระทู้: 358


นักรบจะกลัวอะไรกับบาดแผล


« เมื่อ: วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2554, เวลา 19:55:57 น. »

แหลม มอริสัน " กีตาร์คิง "

 
แหลม มอริสัน มีชื่อจริงว่า วิชัย นวลแจ่ม เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2492 ที่จังหวัดกรุงเทพฯ เป็นที่รู้จักการเล่นเล่นดนตรีร็อกแอนด์โรลในสไตล์เฮฟวี่ เมทัล ตามผับหรือสถานบันเทิงต่าง ๆ ให้แก่ทหารเกณฑ์อเมริกันในช่วงสงครามเวียดนามในชื่อวง V.I.P. ชื่อ แหลม มอริสัน ได้มาจากเสียงร้องที่แหบแหลม เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และสามารถเล่นเพลงของจิม มอริสัน ร็อกเกอร์ชื่อดังในยุคนั้นได้เหมือนมาก ซึ่งหานักร้องนักดนตรีชาวไทยน้อยรายที่สามารถจะทำเช่นนี้ได้

แหลม มอริสัน ได้ไปเล่นดนตรีในต่างประเทศหลายประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย เช่น นอร์เวย์ , สวีเดน ,เดนมาร์ค และยุโรป ประเทศเยอรมนี และเคยร่วมเล่นกับไมเคิล แชงเกอร์ มือกีตาร์ของวงสกอร์เปี้ยนมาแล้ว ซึ่งเป็นมือกีตาร์ที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นมือกีตาร์ระดับต้น ๆ ของโลก และไมเคิล แชงเกอร์ ก็ยอมรับในความสามารถของแหลม มอริสัน

แหลม มอริสัน ได้เล่นดนตรีตามสถานบันเทิงต่าง ๆ ทั่วประเทศ และเคยร่วมเล่นเป็นศิลปินรับเชิญหรือแบ็กอัพให้แก่ศิลปินไทยหลายคน หลายวง เช่น คาราบาว, โดม มาร์ติน เป็นต้น และในต้นปี พ.ศ. 2539 ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวของตนเอง มีเพลงโปรโมตชื่อ แรงต้านลม

แหลม มอริสัน ได้ถูกยอมรับว่าเป็นมือกีตาร์ระดับต้น ๆ คนหนึ่งของประเทศไทย จนได้รับฉายาว่า " กีตาร์คิง " ชีวิตส่วนตัว ปัจจุบัน ยังคงเล่นดนตรีอยู่ที่ร้าน Blue Factory พัทยาใต้ ทุกคืนตั้งแต่เวลา 23.00น.เป็นต้นไป หยุดแสดงวันจันทร์ อนึ่ง เมื่อปลายปี พ.ศ. 2538 ในอัลบั้ม 15 ปี คาราบาว หากหัวใจยังรักควาย ของคาราบาว ได้แต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง ชื่อ กีตาร์คิงส์ เพื่อเป็นการยกย่องถึงแหลม มอริสันด้วย



โอฬาร พรหมใจ
เป็นผู้ก่อตั้งและกุมบังเหียน
The Olarn Project
ปลุกกระแสกีตาร์อย่างมากกว่าทศวรรษมาแล้ว




 โอ้ โอฬาร พรหมใจ เป็นมือกีตาร์ที่มีจิตและวิญญาณของศิลปินอย่างเต็มเปี่ยมผู้สร้างรอยเท้าของตนเอง ประทับไว้บนพื้นแห่งวงการดนตรีเมืองไทยมือกีตาร์คนนี้เป็นหนึ่งในมือกีตาร์ไม่กี่คน
ที่ทำให้มือกีตาร์รุ่นต่อๆมาหันมาเล่นกีตาร์อย่างจริงจังมากขึ้น และสร้างผลงานระดับคลาสสิคประดับวงการดนตรีเมืองไทยไว้มาก มีเอกลักษณ์ของตนเอง
            โอฬาร พรหมใจ เริ่มเล่นดนตรีอาชีพในยุคปี 80 เป็นชาวเชียงราย ปี 2527 โอฬาร พรหมใจ ได้สร้าง The Olarn Projectให้เป็นวงดนตรีร็อคระดับแนวหน้าแห่งประเทศไทย นับเป็นวงร็อดระดับตำนานของเมืองไทย ก็ว่าได้
            โดยในขณะนั้น เขายังเป็นสมาชิกในวง SODA เมื่อเริ่มทำงานเพลงสำหรับงานเพลงของ The Olarn Project นี้ สมาชิกชองวง The Olarn Project ในยุคแรกเป็นการรวมตัวของสมาชิกวง SODA 4 คน อันได้แก่ โอฬาร พรหมใจ (โอ้), ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ (โป่ง), พิทักษ์ ศรีสังค์ (ทักษ์), ฉัตรพงษ์ นิยมไทย (แตงโม) และได้มือกลองอีก 1 คนคือ ชนินทร์ แสงคำชู (กุ๋งกิ๋ง) มาร่วมงานด้วย
            โดยโอฬาร พรหมใจ จะเป็นผู้ดูแลทางด้านดนตรีทั้งหมด โดยในตอนแรกนั้นมีการตั้งชื่อวงว่า Thailand Band หากแต่ว่ามีหลายคนทักท้วงว่าอาจไม่เหมาะสม โอฬารจึงได้ตั้งชื่อว่า The Olarn Project โดยเขาจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวหากมีอะไรที่เสียหายเกิดขึ้น
             The Olarn Project จึงเริ่มต้นเป็นแกนนำในการสร้างวัฒนธรรมเพลง Rock ในวงการเพลงไทยตั้งแต่บัดนั้นทั้งการเล่น, การเขียนเพลง และยืนหยัดในทางเดินของตนเองมาตลอด

                                            

           จากวันนั้นถึงวันนี้ โอฬาร พรหมใจได้สร้างผลงานเพลงอันยอดเยี่ยไว้มากมายอาทิ เช่น ไฟปราถนา, หูเหล็ก หรือเพลงที่ให้กำลังใจอย่างเช่น อย่างหยุดยั้ง

   และ เมื่อปี 2539 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองราษฏร์ ครบ 50 ปี
โอฬาร ก็ได้แต่งเพลงชื่อ พลังและความตั้งใจ ถวายแด่พระองค์ท่าน เพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งเพลงนี้ยังได้รับรางวัลสีสัน AWARD ในหมวดเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม ในปีนั้นอีกด้วย
             กว่า 20 ปี ที่เดินทางบนเส้นทางสายดนตรี เวลาจึงไม่ได้เป็นเพียงข้อบ่งชี้หรือพิสูจน์ผลงานทางดนตรีเท่านั้น หากแต่ยังช่วยหล่อหลอมและขัดเกลาฝีมือ ตลอดจนผลงานเพลงในอดีตที่มีความจัดจ้านให้กลายเป็นดนตรีที่มีชั้นเชิง และสร้างเสริมจินตนาการที่มีความสร้างสรรค์และสวยงามมากยิ่งขึ้น หลายเพลงของเขาจึงถือได้ว่าเป็นบทเพลงที่ได้รับการยอมรับจากนักดนตรีระดับมืออาชีพรวมถึงนักฟังเพลงโดยทั่วไป ว่าเป็นบทเพลงที่มีถ้อยทำนองและรายละเอียดทางดนตรีที่สวยงาม
มาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
             ผลงานของโอฬาร พรหมใจ ล้วนแล้วแต่สร้างสรรค์ มาจากแรงบันดานใจและจิตวิญญาณของศิลปินอันแท้จริง ประกอบกับประสบการณ์ทางด้านดนตรี และความเป็นอัจฉริยะทางดนตรีชั้นสูง
ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ อย่างชัดเจน เรียกได้ว่ามีสำเนียงของกีตาร์ที่เป็นของตนเอง อีกทั้งยังมีสไตล์ การนำเสนอผลงานเพลงที่เป็นไม่เหมือนใคร และ น่าทึ่งเสมอ ด้วยความมีเอกลัษณ์ทางด้านดนตรีพร้อมความมุ่งมั่นตั้งใจในผลงานเพลงของ เขา
          ผลงานเพลงของ โอฬาร พรหมใจ จึงได้รับคำนิยม และ ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า
เป็นผลงานทางดนตรีชั้นเยี่ยม ในประวัติศาสตร์วงการดนตรีบ้านเราเลยทีเดียว
            โอฬาร พรหมใจ ได้รับการยกย่องว่าเป็น มือกีตาร์ระดับตำนานของวงการเพลงไทยที่สำคัญคนหนึ่ง และ เขายังเป็นแรงบันดาลใจให้ เหล่านักดนตรีและมือกีตาร์อีกหลาย ๆ คน ที่จะคงความมุ่งมั่น และ ศรัทธาต่อสิ่งที่ตนทำและคาดหวังไว้ พร้อมเดินทางเพื่อพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง    





กิตติ กาญจนสถิตย์ เจ้าของฉายา กิตติ กีตาร์ปืน นักกีตาร์ร็อก อดีตหัวหน้าวงคาไลโดสโคป ซึ่งมีเอกลักษณ์คือ ใช้กีตาร์ไฟฟ้าที่สั่งผลิตพิเศษเป็นรูปปืน

กิตติเป็นนักกีต้าร์แนวร็อคเคยมีผลงานโซโลอัลบั้มของตนเอง นอกจากนี้ยังได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนดนตรีโดยมีเพื่อนฝูงในวงการให้การสนับสนุน กิตติยังคงเล่นดนตรีแนวร็อคที่ตนเองชอบอยู่ที่พัทยาใต้

ทุกวันนี้ กิตติ กีต้าร์ปืน เปิดโรงเรียนสอนดนตรีที่แฮปปี้แลนด์เป็นหลัก นอกนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ เครื่องดนตรี ซึ่งเป็นยี่ห้อของตนเอง ในนาม Guitar Gun อีกทั้งจำหน่ายเครื่องดนตรียี่ห้ออื่นๆ และห้องซ้อมดนตรี

รวมทั้ง โครงการพิเศษ  อื่นๆ อีกมากมาย และเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตร็อคหลายครั้งด้วยกัน รวมถึงคอนเสิร์ตที่ร่วม

กับแกรี่ บาร์เด้น (Gary Barden) อดีตนักร้องนำวงไมเคิล เชงเกอร์ กรุ๊ป (M.S.G.) ตระเวนจัดทัวร์คอนเสิร์ต

ในนาม Kitti guitar gun Production ใช้ชื่อว่าคอนเสิร์ต ร็อค โลก ร็อค ไทย

ครั้งล่าสุดที่ผลักดันให้เกิดคือ The Legend of Rock Star Concert  คอนเสิร์ตแห่งตำนานร็อค

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2546ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีโดยไอทีวีเป็นผู้จัด

                                           ชัคกี้ ธัญญารัตน์ มือกีต้าร์ที่ฝีมืออินเตอร์อีกคนหนึ่งของประเทศไทย




จบการศึกษาด้านดนตรี และซาวด์จากอเมริกา
(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว )
ผลงาน
- ชุดแรก ศรัทธา ปี 2531 มีเพลงรักคุณเท่าฟ้าที่แอ็ด คาราบาว แต่งด้วย
- ชุดสอง ชัคกี้ ธัญญารัตน์ และวง บลู แพลนเนต ปี 2533
         ชุดนี้ว่ากันว่าเป็นอัลบั้มเพลงร็อกที่ดีที่สุด 1ใน5ของไทย
มีเพลงเด่นอย่าง มั่นใจ คนจนๆ ไม่มีแล้ว
แต่ชุดนี้ซัคกี้ไม่ได้ร้องเอง ร้องโดย ปัฐพี สายแสง
ซึ่งก็คือ คุณ ปู blackhead ในปัจจุบันนั่นเองว่ากันว่าเขาคือมือกีต้าร์มือหนึ่งของประเทศไทยนั่นเอง  นักฟังเพลงรุ่นใหม่ๆ
คงจะไม่มีใครรู้จักชัคกี้สักเท่าไหร่ หากจะเป็นนักฟังเพลงในยุคเก่าๆ สักหน่อย ชัคกี้ ธัญญารัตน์
เจ้าของฉายากีต้าร์เทพแห่งเมืองไทย เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือเยี่ยมทั้งเมืองไทย
และต่างประเทศทีเดียว ในเมืองไทยมีมือกีตาร์ร็อคเพียงไม่กี่คนทีได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดมือกีต้าร์ของไทย
ที่มีก็คือ แหลม มอริสัน กีต้าร์คิงส์, กิตติ กีต้าร์ปืน,
ช.อ้น ณ บางช้าง และชัคกี้ กีต้าร์เทพคนนี้ ชัคกี้ได้ไปศึกษาดนตรีในต่างประเทศ เคยร่วมงานกับวง ROCKESTRA
ชุด TECHNOLOGY และออกงานชุดศรัทธานี้
จากนั้นเคยเข้าไปร่วมเล่นในวง
คาไลโดสโคป เคยไปร่วมรับเชิญเล่นในวงต่างๆ
และกลับมาตั้งวงใหม่คือ
BLUE PLANET ที่มี ปูแบล็คเฮด เป็นนักร้องนำ
ชัคกี้จบทางด้านดนตรี
จากอเมริกา และเป็นนักดนตรีรับจ้างที่มี UNION CARD
ที่ต่างประเทศสามารถดึงตัวไปร่วมงานได้ทันที
เป็นนักดนตรีที่รู้เรื่องโน้ตเป็นอย่างดี
งานในชุดนี้เป็นงานเพลงที่มีเนื้อหาเป็นเพลงเพื่อชีวิต
แต่ดนตรีเป็นแนวป๊อบร็อคธรรมดา
ที่นำเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์
ซินธิไซเซอร์ มาผสมผสานเพื่อให้เพลงทันสมัย
เสียงร้องของชัคกี้อาจจะฟังยากไปสักหน่อย
งานในชุดนี้มี อู๊ด ยานนาวา ตีกลอง และมงคล อุทก เล่น ฮาโมนิกา งานเพลงส่วนใหญ่แต่งเนื้อร้องโดย หงา คาราวาน และมี ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ร่วมแต่งอีก 1 เพลง งานชุดนี้ไม่ได้เน้นในความเป็นกีต้าร์ระดับต้นๆ ของประเทศ แต่จะเน้นถึงความละเมียดละไมในการเรียบเรียงดนตรีและเมโลดี้ในเพลงแต่ละเพลงที่ไพเราะ แม้เสียงร้องของชัคกี้
จะไม่ไพเราะมากนัก แต่ถ้าได้ฟังบ่อยๆ จะรู้สึกได้ว่าเสียงน่าฟังยิ่งนัก
เสียงกีต้าร์ที่ได้ยินในชุดนี้จะนิ่ง ใส สงบ และนุ่มนวล ดังฉายากีต้าร์เทพ
แม้ว่าชัคกี้จะเสียชีวิตมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังมีบทเพลงของเขาที่สืบทอด
มาจนถึงปัจจุบัน มีคนกล่าวถึงงานของเขาตลอด
และมีอีกชุดหนึ่งที่ชัคกี้ตั้งวงและร่วมเล่นกีต้าร์คือวง
WHITE MAGIC วงนี้เล่นดนตรีค่อนข้างหนักพอสมควร
หากใครอยากรู้ว่าชัคกี้มีความสามารถอย่างไร
และคำว่า "กีต้าร์เทพ" ในฉายาของเขาได้มาอย่างไร ก็ต้องไปลองฟังเพลงฮิโรชิม่า ของวงคาราวานในชุด 1985 คุณจะรู้สึกว่าเขาโซโล่ได้พริ้วน่าฟังทีเดียว
และทางวงคาราวานเคยบอกไว้ว่า คุณชัคกี้ โซโล่เพลงนี้ในห้องบันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อย
เขาก็กล่าวว่า เขาคงจะไม่สามารถโซโล่เพลงนี้ได้ดีเท่านี้อีกแล้ว เพราะลีลาท่วงท่าและอารมณ์
เขาได้ถ่ายถอดลงไปหมดแล้ว และอีกเพลงคือเพลง แม้เราจะไม่พบกัน
ของคาราวานในชุดอานนท์ เพลงนี้ก็เป็นเพลงช้าที่มีท่อนโซโล่ที่รวดเร็ว
หาคนที่จะทำเพลงและกล้าที่จะโซโล่ได้แบบนี้ได้ยากในปัจจุบัน
เรื่องเล่ามีอยู่ว่า นักกีตาร์คนไหนที่ต้องการขายวิญญาณให้ปิศาจ
เพื่อแลกพรสวรรค์ให้กับตัวเอง จะต้องไปยืนเล่นกีตาร์บนทางสามแพร่งในคืนที่ดึกสงัดและมืดมิดเพียงลำพัง .. แล้วจากนักปิศาจก็จะมาพบกับเขา
เพื่อขอแลกวิญญาณโดยสมัยก่อนตัวของ "ชัคกี้"
เองก็เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า หลายครั้งที่เขาเล่นกีตาร์
มันเหมือนกับมีเสียงกระซิบที่ข้างหู เพื่อบอกให้เขาเล่นไปตามนั้น
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ใครหลายคนมองว่า เขาบ้า .. แต่ความจริงจะเป็นอย่างไร
คงไม่มีสามารถให้คำตอบได้ดีเท่ากับตัวของเขา และเสียงกีตาร์ของเขาเอง
ชัคกี้ ธัญญรัตน์ หรือ บุ๋ม นักกีตาร์ฝีมือดี ที่ได้รับการยอมรับ จนได้รับฉายาว่า กีตาร์เทพ
เขาจบวิชาการดนตรีจาก บอสตัน อเมริกาเป็นคนแรกๆของประเทศไทย ที่เล่น strat
และเทคนิคแบบ Van Halen คือเล่น two hands apegio
และ เล่น harmonics บางคนบอกว่า เพลง แม้เราจะไม่พบกัน
..ท่อน Solo เพลงนี้รู้สึกว่าจะเป็นอมตะ เหมือนๆกับท่าน Solo เพลง Beat it
ของ Michael Jackson เลยเพลงนี้เพลงช้าที่มีท่อนโซโล่ที่รวดเร็ว หาคนที่จะทำเพลงและกล้าที่จะโซโล่แบบนี้ได้ยากแม้ว่า ปํจจุบัน เขาจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังมีคนพูดถึงผลงานของเขาจนถึงทุกวันนี้อัลบั้มที่เขาทำงานเดี่ยวและร่วมกับคนอื่นร็อคเคสตร้า - เทคโนโลยี (2527)ร็อคเคสตร้า - Special One (2528)ชัคกี้ ธัญญรัตน์ -ศรัทธา (2528)-คาไลโดสโคป กระชากใจ-คาราวาน อานนท์คาราวาน - 1985ชัคกี้ ธัญญรัตน์ และ บลูแพลนเนตไวท์ แมจิคโดม มาร์ติน - กุหลาบไฟ
... พ า ฝั น ....... ไกล...แสนไกล .. จะไป..ไกลบ้าน
.. บางคนที่ห่วงใย .. สิ่งที่มีนั้น ... ลาแล้ว ... ... ลมพัดมา.. ล้าแรงใจข้า .. สายธาร..ท้องนภา..
.. โปรดพัดพาฝัน..สู่ดิน ..
... คืนจดวันที่ขอบฟ้ากว้างใหญ่ .. ไกลสุดไกล..
แต่ว่าชายร่างมัน .... เป็นประกายส่อง ..
ความฝันสดใสสว่าง .. บนเส้นทางสู่ความฝัน ..
... เดินก้าวไป .. ด้วยใจทนง ...
... ใน .. สายน้ำ..ทะเล...ยังสดใส... เมฆบน..
... ฝนยังไกล .. สิ่งที่เคยฝันกลับมา ...
ขอบคุณข้อมูลจาก : อินเตอร์เน็ต

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=m-VOXNvIapk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=m-VOXNvIapk</a>
สุรสีห์ อิทธิกุล


สุรสีห์ อิทธิกุล เป็นหนึ่งในนักร้อง นักดนตรีชาวไทย ผู้พลิกยุคสมัยแห่งดนตรีของประเทศไทย มาสู่ดนตรีในแนวสากล มีผลงานทางดนตรีอัลบั้มเพลงส่วนตัวมาแล้ว 4 ชุด และเพลงประกอบภาพยนตร์ ละคร หรือ โฆษณาอีกมากมาย สุรสีห์ อิทธิกุล สำเร็จการศึกษา ทางด้านดนตรีและการเรียบเรียงเสียงประสานจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน สหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2517 แล้วกลับมารับราชการที่กองดุริยางค์ทหารบก เป็นเวลาสองปี [1] เริ่มเส้นทางดนตรีจากการร่วมงานกับ อ. ดนู ฮันตระกูล ตั้งบริษัทบัตเตอร์ฟลาย และโรงเรียนสอนดนตรี ศศิลิยะ (ซึ่งตอนหลังเปลี่ยนชื่อ เป็นบัตเตอร์ฟลาย) ปี พ.ศ. 2533 มีอัลบั้มชุดที่ 2 "คนดนตรี" เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขา มีเพลงเด่นหลายเพลงเช่น "ปราสาททราย" "ต้นไม้" และ "ตะเกียง"

หลังจากหายไปจากวงการดนตรีเกือบ 6 ปี ในปี พ.ศ. 2543 เขาก็ได้ออกอัลบั้มที่ 4 ที่ใช้ชื่อว่า "Project Album" เป็นแนว Progressive Rock มีเพลงเด่นคือ "ยอมจำนน" "สายน้ำ" "คุ้มกันไหม" และ "ฅน" สิ่งที่ภาคภูมิใจของ สุรสีห์ อิทธิกุล คือ การได้รับเกียรติ ร้องเพลงประจำ หอนิทรรศน์รัตน์โกสินทร์ ซึ่งเป็นอาคารแห่งการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ และเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลความรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย



ปรีชา ชนะภัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ เล็ก คาราบาว เกิดเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ที่กรุงเทพมหานคร เล็กจบการศึกษาระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนโยธินบูรณะ และเข้าเรียนระดับอาชีวศึกษาที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย รุ่นเดียวกับแอ๊ด คาราบาว (ยืนยง โอภากุล) แต่ทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันระหว่างที่เรียน เล็กเล่นดนตรีครั้งแรกในแนวเพลงคลาสสิก และเข้าร่วมกับวงเพรซซิเด้นท์ เล่นตามห้องอาหารในโรงแรมต่าง ๆ ในตำแหน่งมือกีตาร์ เป็นที่เลื่องลือกันในหมู่นักดนตรีว่า เล่นได้ดี จนกระทั่งแอ๊ดได้มาเล่นดนตรีในโรงแรมเดียวกัน โดยวงเพรซซิเด้นท์เริ่มเล่นก่อน และต่อด้วยคาราบาว ระหว่างที่แอ๊ดเล่นดนตรีอยู่ เล็กได้มายืนมองด้วยความสนใจ แอ๊ดจึงได้ชวนเข้ามาร่วมวงด้วยกัน และออกอัลบั้มในชุดที่ 2 ของวง ในชุด "แป๊ะขายขวด" ในปี พ.ศ. 2525เมื่อคาราบาวโด่งดังถึงขีดสุดในปี พ.ศ. 2527 เล็ก ในฐานะมือกีตาร์ของวง จึงได้แสดงภาพยนตร์ เป็นครั้งแรก ในเรื่อง "หยุดหัวใจไว้ที่รัก" ซึ่งได้ไปถ่ายทำถึงประเทศญี่ปุ่น โดยรับบทเป็นพระเอกเอง ประกบคู่กับนางเอก อนุสรา จันทรังษีเล็ก คาราบาว นับได้ว่าเป็นนักกีตาร์ฝีมือดีคนหนึ่งของเมืองไทย เล่นกีตาร์ได้โดยไม่ใช้ปิ๊ก มีฝีมือการโซโล่กีตาร์อันดับต้นๆของเมืองไทย รวมทั้งเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย เช่น คีย์บอร์ด, เปียโน,    กลอง เป็นต้น เล็ก คาราบาว ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในปี พ.ศ. 2532 ในชื่อชุด "ดนตรีที่มีวิญญาณ" มีความโดดเด่นและทันสมัยในแนวดนตรี จึงทำให้ได้รับรางวัลสีสันอะวอร์ดทั้งสาขาศิลปินชายยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยม ในปีนั้นด้วย และมีอัลบั้มเดี่ยวออกมาต่อจากนั้นหลายชุด เช่น ภูผาหมอก, เรา...คนไทย, ล...เล็ก , มีดกรีดใจ, ขอทานเจ้าสำราญ เป็นต้นชีวิตส่วนตัว เล็ก คาราบาว แต่งงานแล้วโดยมีบุตรชาย 2 คน ชื่อ ต๊อด และ แฟ้บ มีกิจการส่วนตัวนอกเหนือจากการเล่นดนตรีคือ ผลิตกีตาร์โปร่งในนามของวงคาราบาว โดยเริ่มผลิตออกมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2547 โดยออกมา 2 ชุด ใช้ชื่อรุ่นว่า "คนเก็บฟืน" และ "มนต์เพลงคาราบาว" และได้ร่วมแสดงภาพยนตร์อีกครั้ง ในเรื่อง "แฟนฉัน" ในปี พ.ศ. 2546 ที่โด่งดัง โดยรับบทเป็นพ่อของตัวละครเด็กหญิงในเรื่อง และออกหนังสือที่เกี่ยวกับประสบการณ์การแสดงดนตรีในอเมริกา ในปี พ.ศ. 2545 ชื่อ "135 วัน อเมริกัน อเมริกา" และอีกเล่มเกี่ยวกับประสบการณ์การเล่นดนตรีตั้งแต่ยุคแรก ๆ ในปี พ.ศ. 2550 ชื่อ "...เบื้องบนเป็นแผ่นฟ้ากว้าง..."เล็ก คาราบาว มีบุคลิกที่ค่อนข้างเงียบขรึม ไว้หนวดยาวเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยไว้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม ปัจจุบัน เล่นเครื่องดนตรีไฟฟ้าน้อยลง โดยมีความสนใจอยู่ที่เครื่องดนตรีพื้นเมืองของภูมิภาคเอเชีย เช่น กู่เจิง, ซออู้ เป็นต้น และติดปิ๊กไว้กับเล็บนิ้วชี้มือขวาตัวเองอย่างถาวร


หมู คาไล





หมู คาไลโดสโคป
หรือ ศิริศักดิ์ ศิริโชตินันท์ มือกีตาร์ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นมือกีตาร์ระดับชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของประเทศ
แห่งวงคาไลโดสโคป (Kaleidoscope) เป็นวงดนตรีเฮฟวีเมทัลสัญชาติไทย
ที่กล่าวกันว่า เป็นวงเฮฟวีเมทัล วงแรกของประเทศไทย ผลงาน
เริ่มต้นจากวงสตริงสุดแนวในยุคนั้น นั่นก็คงวงบาราคูดัส จากนั้นจึงมาร่วมวงคาไลโดสโคป
มีออกมาเป็นอัลบั้มเพียง 2 ชุด เท่านั้น คือ กระชากใจ ในปี พ.ศ. 2536
มีเพลงที่ได้รับความนิยม คือ เพราะเรานั้น...คู่กัน ซึ่งต่อมาได้เป็นเพลงประกอบโฆณาคอฟฟี่เมท
และกลายเป็นเพลงร็อกที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ที่ทุกคนรู้จักดี
ผลงานชุดที่ 2 คือ เหนือกาลเวลา มีเพลงที่ได้รับความนิยม คือ เหนือกาลเวลาปัจจุบันทำหนังสือการเรียนการสอนการเล่นกีต้าร์ออกจำหน่ายหลายฉบับด้วยกันและยังคงเดินอยู่บนถนนสายดนตรีจนถึงปัจจุบัน



 



POP THE SUN

ชื่อจริง : นาย จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย



ชื่อเล่น : ป๊อบ

เกิดวันที่ : 2 ตุลาคม พ.ศ. 2513

สถานที่เกิด : จังหวัดกรุงเทพ

การศึกษา : ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานหลัก : เล่นและฝึกฝนกีตาร์ แต่งเพลง เป็นโปรดิวเซอร์และ์ ซาวด์เอนจิเนียร์ ์เขียนคอลัมน์ Guitar Man สอนเทคนิคและทฤษฎีเกี่ยวกับการเล่นกีตาร์ในนิตยสาร Overdrive รายเดือน

งานอดิเรก : อ่านหนังสือกีตา์ร์ ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับกีต้าร์ทาง Internet ท่องเที่ยวไปตามเกาะที่มีชายหาดสวยๆ และ เล่นสนุกเกอร์

ประวัติการเล่นการดนตรี

พี่ป๊อบเริ่มจับกีตาร์ครั้งแรกตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ด้วยแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ญาติผู้ใหญ่แห่งเกาะสมุยซึ่งมีนามว่า "โึ่กเปี๊ยก" ได้จุดชนวน ลากวิญญาณ ดิบแห่งการเล่นกีตาร์ของเขาออกมา ด้วยคำถามที่ว่า "เฮ้ยมีกีตาร์โปร่งอยู่ที่บ้าน ทำไมไม่ฝึก เล่นกันวะ" ตอนนั้นครอบครัว ดวงมณีรัตนชัย ที่ประกอบ ด้วย 3 ใบเถา เปิ้ล ปอน ป๊อบ จึงได้กระโดด ออกมาคว้ากีตาร์ โปร่งเก่าๆ์ที่มีอยู่ตัวเดียว กระชากหัวใจร็อคออกมาฟาดฟัน แย่งความเป็นหนึ่ง ด้วยการ ฝึกฝนการเล่นกีตาร์ในสไตล์ ของตัวเอง แต่เนื่องด้วยเหตุผลที่พี่ป๊อบเป็นคนที่มีี่นิ้วมือสั้นกว่าคนอื่น ผนวกกับพลังใจ ที่ชอบฟังเพลงใน หลายๆ สไตล์ ทุกรูปแบบตั้งแต่สมัยเด็กๆ กับ จิตใจที่แน่วแน่ในการฝึกฝน (โดยส่วนตัวผม อยากจะใส่คำว่า พรสวรรค์ ลงไป ด้วย) จึงทำพี่ป๊อบฝึกฝนหนักกว่าพี่ีๆ และทำให้การฝึกฝนของพี่ป๊อบ ค่อนข้่างรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

ด้วยวัยเพียง 13 ปี เขาก็สามารถเล่นเพลงร็อค ที่มีการโซโล กีตาร์ที่เรียกว่าไม่ง่าย อย่า์ง Rock Bottom และ Highway Star ได้อย่างไม่ยากเย็น จากวัยนั้นจนกระทั่งเริ่มเข้าเรียน ในระดับอุดม ศึกษา พี่ป๊อบก็ยังคงฝึกฝน การเล่น กีตาร์ของ เขาให้แข็งแกร่งขึ้น ศิลปินกีตาร์ ที่มีสไตล์การเล่นใหม่ๆ อย่างเช่น Michael Schenger, Randy Rhoads, Jake E.Lee, Yngwie J. Malmsteen (และ อีกหลายๆคน เยอะไปหมด) ถือเป็นมือกีตาร์ ที่มี อิทธิพลต่อการเล่นกีตาร์ ของ เขาโดย ตรง

จนกระทั่งเข้าศึกษา ใน มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ในคณะ วิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล ก็ได้เข้าร่วมเล่นดนตรีกับ วงคณะ ในนามวง Force มีชื่อเสียงโด่งดังมีแฟนๆ ติมตามไปดู คอนเสิร์ต ของ Force ทุกที่ที่มีการจัดขึ้น ในขณะที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย พี่ป๊อบก็ยังคงฝึกฝนการเล่นกีตาร์ของ เขา ควบคู่ไปกับการเรียนอย่างขมักเขม้น จากกีตาร์ไฟฟ้าตัวแรกของเขา คือ Maya ที่มี Body สีชมพู (เพ้นท์เอง) ในสไตล์ Racer X กับ คอกีตาร์ของ Kimus ที่ได้ผ่านการ Scallopด้วย มือของเขาเองจาก Workshop รุ่นพี่เพื่อนซี้ นาม บัญชา ไทยประเสริฐ (ทุกวันนี้ ก็คือ Key Man คนสำคัญที่เป็นที่ปรึกษาของพี่ป๊อบทางด้าน Electronic Effects ทั้งหลาย)

จนมาถึงปีที่ 3 ที่เขาได้มีกีตาร์ตัวใหม่ที่มีคันโยกแบบที่เขาอยากได้ มาฝึกฝน มาเป็นของตัวเอง (Steve Vai Jem 777 ลายดอกไม้ ที่พวกเราเห็นจากอัลบั้มหินเหล็กไฟ ชุดที่ 1, ขอขอบคุณ พี่หมู คาไลโดสโคป สำหรับการให้คำปรึกษา และ คำำแนะนำ ในการเลือกซื้อกีตาร์ และช่วยพาไปเลือกกีตาร์ตัวนี้มา) โดยที่กีตาร์ตัวนี้ได้รับการอุปถัมถ์จากคุณพ่อ คุณแม่ ของพี่ป๊อบเอง (พี่ป๊อบ ขอฝากขอบคุณ ท่านมา ณ.ที่นี้ ที่ให้ความเข้าใจ ความอิสระในการตัดสินใจของลูก ในการเลือกทำ สิ่งที่ตนเองรัก พวกเราหวัง เป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นการสนับสนุน ของคุณพ่อ คุณแม่ ต่อลูกๆ ในการเลือก เส้นทางเดินชีวิต ที่เขามุ่งมั่นที่จะค้นหา) ในขณะเรียนๆเล่นๆ อยู่นี่เอง ก็เป็นจุดกำเนิด ของสไตล์การเล่น กีตาร์ของตัวเอง และเพลงที่ แต่งด้วยตัวเองที่ได้รับความนิยมในชุดหินเหล็กไฟ ชุดแรก อย่าง เพื่อเธอ ก่อนจะสาย ก็ได้ถูกแต่งขึ้นในช่วง เวลานี้ ด้วยอุปกรณ์ง่ายๆอย่าง 4 Tracksและ Custom Built Effects ที่พอจะหาได้ในขณะนั้น

ผ่านพ้นช่วงเวลา 4 ปี กับ 1 ซัมเมอร์ ของชีวิตมหาวิทยาลัย พี่ป๊อบก็เดินทางกลับมากรุงเทพ เพื่อเข้าร่วมเล่นดนตรีที่ได้รับ การทาบทาม จากพี่โป่ง และ พี่รงค์, อดีตนักร้องและมือเบส ของดิโอฬารโปรเจค, ที่กำลังจะฟอร์มวงร็อค วงใหม่ ในระยะเวลาไม่นานกระบวนการ ค้นหามือกีตาร์คู่อีกคน กับมือกลอง ซึ่งก็คือ พี่โตและน้าหมาน ก็เสร็จสมบูรณ์ และ เกิดเป็น วง "หินเหล็กไฟ" (จากการตั้งชื่อวง ของ น้าทิวา่ สาระจูฑะ บ.ก. แแห่งนิตยสารสีสัน) ที่ได้รับความนิยม มีเพลงฮ็อตฮิตติดหูสาวกเพลงร็อค หูเหล็กทั้งหลาย ออกอัลบั้มเพลง 2 ชุด ได้รับการต้อนรับจากแฟน เพลงอย่างอบอ่น จนกระทั่ง จบยุคของหินเหล็กไฟ ก็ได้มีการฟอร์มวงใหม่จาก สามชิกชุดเดิม บางส่วนมาเป็น "เดอะซัน" สร้างผลงานเพลงร็อคในสไตล์ เดอะซัน และ กีตาร์ของป๊อบเดอะซัน ออกอัลบั้มเพลงมา 3 ชุด กับวีดีโอสอน เทคนิคการเล่นกีตาร์ของพี่ป๊อบเองอีกหนึ่งชุด



ในปัจจุบัน ทั้งวง เดอะซัน และ ตัวพี่ป๊อบเอง ก็ยังคงโลดแล่น อยู่ในวงการดนตรีเพลงร็อคเมืองไทย เป็นที่รู้จักกันในนาม วงร็อครุ่นใหญ่ฝีมือเก๋า กับ ในนามมือกีตาร์ฮีโร่ ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ที่จุดชนวนให้เกิดเด็กๆ มือกีตาร์รุ่นใหม่ๆ ที่มีทั้งพลังและฝีมือสร้างสรรค์ผลงานดนตรีที่มีคุณภาพ เป็นสังคมร็อคที่อบอุ่น อยู่เคียงข้างแฟนเพลงชาวร็อคหูเหล็กเมืองไทยมาจนกระทั่้งทุกวันนี้

ประวัติการเข้าวงการดนตรี

ปี พ.ศ. 2536 เริ่มต้นเข้าวงการดนตรีในนามของวง หินเหล็กไฟ ในตำแหน่งมือกีตาร์โซโล กับ อัลบั้มแรกของวง หินเหล็กไฟ ในอัลบั้มนี้ มีเพลงฮ็อตฮิตจากการแต่งเนื้องร้อง ของพี่โป่ง และ ดนตรีจากพี่โต ที่ทำให้หินเหล็กไฟเป็นที่รู้จักกันไปทั่วทั้ง 7 ย่านน้ำจากพ่อแม่พี่น้อง ไปจนถึง ลูกหลานตัวเล็กๆ ก็ยังร้องกันเป็น คือ "นางแมวยั่วสวาท" และ เพลงที่ส่งผลให้พี่ป๊อบเป็นที่รู้จักกันในนามของมือกีตาร์ รุ่นใหม่ไฟแรง ที่หลายคน จับตามอง คือ เพลง "สู้" และ "ร็อคเกอร์" โดยเฉพาะเพลง "สู้" จัดเป็นเพลงร็อคในสไตล์ นีโอคลาสสิคที่มีลวดลาย และ แนวทางในการโซโลกีตาร์ ที่สวยงาม รวดเร็ว และ บาดใจสาวกหูเหล็กทั้งหลาย นักกีตาร์รุ่นใหม่หลายคนมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเล่นเพลงนี้ให้ได้ และ ก็มีการใช้เพลงนี้เป็น เพลงที่ีเล่นในการประกวด Guitar Contest ที่มีการจัดขึ้นหลายครั้ง

ปี พ.ศ. 2538 ร็อคเพื่อนกัน ระหว่างการรอคอยการออกอัลบั้มชุดใหม่ของ หินเหล็กไฟ ก็มีอัลบั้มคั่นเวลา ที่มีการรวมเพลงของศิลปินร็อค ชื่อดังถึง 3 วง นั่นคือ หินเหล็กไฟ ไฮร็อค แหละ พี่หรั่ง ร็อคเครสตร้า อัลบั้มนี้ก็เป็นการรวมเอาเพลงฮิตของทั้ง 3 ศิลปิน รวมทั้ง เพลงที่แต่งขึ้นมา ใหม่เป็น พิเศษ สำหรับอัลบั้มนี้ นั่นคือ "เพื่อนกัน" และ "สัญญาปีศาจ" ซึ่งเพลง "สัญญาปีศาจ" ก็เป็น เพลงร็อคโดนใจอีกเพลงที่มีแนวทางในการ โซโลกีตาร์ ที่น่าสนใจ เพลงนี้นอกจากจะมีท่วงทำนองแบบร็อคแท้ดั้งเดิมที่แสดงพลังของการเล่นเพนตาโทนิคที่รวดเร็ว แล้วก็ยังมีการผสมผสาน ลูกโซโล่ ในแนวคลาสสิคที่ รวดเร็วและดุดัน ที่ทำให้ชาวร็อค และมือกีต้าร์รุ่นใหม่ทั้งหลายได้ทึ่งในความสามารถที่เชื่อขนมกินได้ของพี่ป๊อบ อีกครั้ง

ปี พ.ศ. 2538 การกลับมาอีกครั้งอย่างอลังการของวงร็อคชั้นแนวหน้าของเมืองไทย กับอัลบั้มที่สะท้อนให้เห็นการพัฒนาทางด้านดนตรี ของพวกเขา ในชุดที่ชื่อว่า คนยุคเหล็ก ดนตรีที่ดุดัน รวมถึงเนื้อร้องที่เข้มข้นขึ้นผนวกกลับความลงตัวของเพลงรักหวานๆในสไตล์ หินเหล็กไฟ ทำให้พวกเค้า กลับมาผงาดบนเวที่เพลงร็อคอีกครั้ง ในชุดนี้มีเพลงร็อคที่มีการโซโลที่น่าสนใจอย่าง "หวาดระแวง" และ "โิอกาส" ที่ยังคงไว้ของการ เล่นกีตาร์ ในสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเองของพี่ป๊อบ, Context และ Groove ที่แสดงให้เห็นถึงตัวโน้ตแต่ละตัวนั้น ได้ผ่านการกลั่นกรองมาจาก มันสมองของพี่ป๊อบ อย่างละเอียดถี่ถ้วน

ปี พ.ศ. 2539 The Sun 1 หลังจากการแยกตัวไปของสมาชิกหินเหล็กไฟบางส่วน การฟอร์มตัวใหม่จากสมาชิกชุดเก่าส่วนหนึ่ง คือพี่โป่ง พี่ป๊อบ มือกลองชาวฟิลิบปินส์ เลสเตอร์ ซี เอสตาบาน กับ สมาชิกใหม่ มือเบสฝีมือเข้มข้น อย่างพี่ทักษ์ ก็เกิดเป็น วงร็อคพันธุ์ใหม่ ที่มีวิสัยทัศน์ เจนจัดกว่าเดิม อย่าง เดอะซัน และ นี่คือที่มาของ ฉายา ป๊อบ เดอะซัน มาจนทุกวันนี้ ในอัลบั้มเดอะซันชุดแรกนี้ ถือเป็นการ เปิดเกมส์ ลองตลาด เพลงร็อค ในอีก สไตล์ ของสมาชิกในวง เพลงร็อคที่ แสดงถึงความลงตัว ของความหนักแน่นในความเป็นร็อค และ การComposition ของทั้งท่วง ทำนอง เนื้อร้อง และ สไตล์การเล่นกีตาร์ของพี่ป๊อบ ในอีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้การกำเนิดของเดอะซันในหัวใจของแฟนเพลงร็อคชาวไทย ดำเนิน ไปได้อย่างไม่ยากเย็น เพลงร็อคในลักษณะ moderate beat แต่หนักหน่วงไปด้วยไลน์กีตาร์ และ โซโลเมโลดี้ที่เน้นอารมณ์ล้วนๆ อย่าง "รักเป็นบาป" ผนวกกับร็อคที่หนักแน่นที่ยังคงไว้แห่งกลิ่นอายของ หินเหล็กไฟ อย่าง "Are you ready to rock?" ทำให้ชื่อของเดอะซันวิ่งขึ้น สู่ตำแน่งวงร็อคชั้นแนวหน้าของเมืองไทยในเวลาต่อมา



ปี พ.ศ. 2540 The Sun 2 เดอะซัน ได้กลับมา้ตอกย้ำความสำเร็จของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น จากการ ออก อัลบั้มชุดที่ 2 ตามมา มีชื่อชุดว่า เสือ สิงห์ กระทิง แ์รด โดยในชุดนี้ นอกจากจะคงไว้ซึ่งความเป็น ร็อค ในสไตล์ เดอะซัน ก็ยังมีการเพิ่มเติมสีสันและความสนุกสนานให้กับ Rhythm และ Melody ทำให้เดนตรีในชุดนมีอรรถรสแห่งร็อค และ แดนซ์ ให้แฟนๆได้ทั้งโยคหัว และ เขย่าสะโพกไปพร้อมๆกัน เพลงที่น่าสนใจ ที่มีการโซโล กีตาร์ที่รวดเร็ว (แต่ราบลื่น เหมือนนั่งรถไฟเหาะบนรางผ้าไหม) ตามสไตล์ป๊อบเดอะซัน อย่างเช่น "Playboy" ก็ยังมีการใส่ลูกเล่น เทคนิคการใช้ คันโยก ที่เรียกได้ว่าแปลกหู ชนิดหาฟังจากศิลปินดังๆในอเมริกาก็ยังไม่ง่ายนัก แต่พี่ป๊อบของเราก็ได้ตั้งใจคิดออกมาให้เราฟังกัน เพื่อให้น้องๆ รุ่นหลังๆได้เห็นแนวทางการพัฒนาเทคนิคการเล่นกีตาร์ออกไปให้หลากหลาย

<ปี พ.ศ. 2543 The Sun 3 หลังจากหมดสัญญากับ RS Promotion เดอะซัน ก็ได้รับการต้อนรับเข้่าสู่ครอบครัวใหม่คือ ค่ายดนตรี เบเกอรี่มิวสิค กับผลงานชุดที่ 3 ที่มีชื่อว่า ถนนพระอาทิตย์ ผลงานในชุดนี้ ก็ยังคงไว้ซึ่งจุดยืนของร็อคในสไตล์ เดอะซัน ที่มีความหนักแน่น ของทั้ง เนื้อร้อง และดนตรี ผนวกเข้ากับ แนวความคิดในการเล่นกีตาร์ใหม่ๆ ที่ได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์ทางด้านดนตรีของพี่ป๊อบ กับ อิทธิพล จากการศึกษา ดนตรีจากมือกีตาร์ รุ่นใหม่ๆ จากทางตะวันตก เข้ามาผสมผสานให้เกิด ทั้งความหลากหลาย และ รักษาไว้ซึ่งความสนุกสนาน แบบ ร็อคไทยๆ ไว ้ จึงได้เกิดเพลงอารมณ์ดี อย่าง "รัสปูติน" และ สนุกสนาน แบบ "Welcome to the party" ขึ้น ส่วนเพลงร็อคในสไตล์อคูสติก หวานๆ แบบOpen Harmony Chord อย่าง "ฉันไม่ใช่" ก็เป็นอีกเพลงที่ทำให้
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!