วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2554, เวลา 07:32:33 น. *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: Sportzeed ยินดีต้อนรับเว็บบอร์ดของ Sportzeed ครับ  แนะนำหรือติชมกันได้นะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นับถ้อยหลัง ยูโร 2012 (เหลืออีก 21 วัน)  (อ่าน 251 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ball93
ผู้เล่นทีมสำรอง
*****

SZ Point 0
เพศ: ชาย
กระทู้: 342


ทีมึงกูไม่ว่า ที่ข้ามึงอย่าโวย


อีเมล์
« เมื่อ: วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2554, เวลา 12:19:25 น. »

    มาดูอีก 2สนาม ของโปแลด์ค้าบ


ที่วรอสวัฟ จะเป็นสนามในศึก ยูโร 2012 อีกแห่งของกลุ่ม เอ

นอกเหนือจากสังเวียนลูกหนัง มันยังถูกใช้เป็นสถานที่การแข่งขัน โปลิช โบวล์ ของลีกอเมริกันฟุตบอลในโปแลนด์ โดยจะดวลกันวันที่ 15 กรกฎาคม หรือหลังจบ ยูโร 2012 เพียง 2 สัปดาห์ และคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกอย่าง มาดอนน่า (1 ส.ค.) กับ โคลด์เพลย์ (19 ก.ย.) ก็จะมาเล่นที่นี่ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นสนามขนาดใหญ่สุดในโปแลนด์ รองมาคือ ไซเลเซียน สเตเดี้ยม (สตาดิโอน สลัสกี้) เจ้าของตัวเลขความจุ 55,211 คน แต่กลับไม่ถูกใช้ในการแข่งขัน ยูโร 2012 แม้ครั้งหนึ่งเคยจุผู้ชมมากถึง 120,000 คน ตอน กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ พบ ออสเตรีย เวียนนา เมื่อ 18 กันยายน 1963 แถมเป็นสนามเหย้าของทีมชาติโปแลนด์ตั้งแต่ปี 1993-2012 นี่คือพื้นที่ของแคว้นไซลีเซียในอดีต ซึ่งถูกหลายอาณาจักรยึดครองเพราะเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกินดินแดนถึง 3 ประเทศ คือ โปแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก และเยอรมัน แถมมีภาษาตัวเอง

บริเวณภายในของ มูนิซิปัล พอซนาน
อีกสนามที่ใช้ในศึก ยูโร 2012 ของโปแลนด์ คือ มูนิซิปัล พอซนาน สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 1980 ปัจจุบันมีความจุ 41,609 คน เป็นสังเวียนกลุ่ม ซี ระหว่าง ไอร์แลนด์ - โครเอเชีย (10 มิ.ย.), อิตาลี - โครเอเชีย (14 มิ.ย.) และ อิตาลี - ไอร์แลนด์ (18 มิ.ย.) เดิมที เล็ค พอซนาน ใช้เป็นสนามเหย้าตั้งแต่ปี 1980 พอปี 2010 ก็มี วาร์ต้า พอซนาน เข้ามาร่วมใช้ด้วย

 ต่อด้วยเจ้าภาพร่วม ยูเครน

ภายในอันยิ่งใหญ่ของสนามที่อยู่ในเมืองที่ใหญ่สุดของ ยูเครน

จะว่าไปแล้ว โปแลนด์ กับ ยูเครน ซึ่งอยู่ติดกันทางทิศตะวันออก มีประวัติศาสตร์ที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง รวมถึงเป็นอดีตอาณานิคมของสหภาพโซเวียต ผิดกันตรงที่โปแลนด์เป็นแค่รัฐบริวาร ขณะยูเครนถูกผนวกรวมเป็นหนึ่งในสาธารณรัฐของโซเวียต และที่มาของสนาม โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคี๊ยฟ เพราะเมืองที่ใหญ่สุดอันดับ 3 ของโซเวียตแห่งนี้ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งเมืองที่ใช้ในการแข่งขัน โอลิมปิก 1980 แต่ตัวสนามสร้างตั้งแต่ปี 1923 ส่วนชื่อโดนเปลี่ยนถึง 10 หน ล่าสุดคือ โอลิมปีสกี้ เนชั่นแนล สปอร์ตส์ คอมเพล็กซ์ (ตั้งแต่ 1996) ถูกปิดไป 3 ปี (2008-11) เพื่อบูรณะใหม่ให้ทันใช้จัดยูโร 2012 รอบแรก กลุ่ม ดี ระหว่าง ยูเครน - สวีเดน (11 มิ.ย.), สวีเดน - อังกฤษ (15 มิ.ย.), สวีเดน - ฝรั่งเศส (19 มิ.ย.) รอบ 8 ทีมสุดท้าย (24 มิ.ย.) และรอบชิงชนะเลิศ (1 ก.ค.) นี่คือสนามใหญ่สุดอันดับ 2 ของยุโรปตะวันออก รองจาก ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม ความจุล่าสุดคือ 70,050 คน

โอลิมปีสกี้ เนชั่นแนล สปอร์ตส์ คอมเพล็กซ์ หรือ โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคี๊ยฟ

เคี๊ยฟ คือเมืองหลวง และเมืองใหญ่ที่สุดของ ยูเครน ตั้งอยู่ภาคกลางตอนเหนือของประเทศ ริมฝั่งแม่น้ำนีเปอร์ ถึงเป็นบ้านของ ดินาโม เคี๊ยฟ สโมสรที่ได้แชมป์ลีก 26 ครั้ง มากสุดทั้งสมัยโซเวียต และตอนแยกประเทศ (อย่างละ 13 สมัย) แต่สนามประจำของค่ายนี้คือ โลบานอฟสกี้ ดินาโม สเตเดี้ยม (ตั้งชื่อตาม วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ ตำนานโค้ชของประเทศ) อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงเช่า โอลิมปิก สเตเดี้ยม เพื่อลงแข่งแมตช์ใหญ่ๆ หรือระดับนานาชาติ เคี๊ยฟ ยังเป็นบ้านเกิดของตำนานลูกหนังอย่าง อนาโตลี บีโชเว็ตส์, โอเล็ก บล็อคกิ้น และ อเล็กเซ มิคาอิลเชนโก้

ความสวยงามของ ดอนบาส อารีน่า ในเมืองโดเน็ตสค์
โดเน็ตสค์ เป็นอีกเมืองที่ได้จัดศึก ยูโร 2012 สนามของพวกเขาคือ ดอนบาส อารีน่า ความจุ 52,518 คน เป็นบ้านของ ชัคตาร์ โดเน็ตสค์ หนึ่งในสโมสรเก่าแก่ และประสบความสำเร็จมากสุดของยูเครน (แชมป์ลีก 6 สมัย) ดอนบาส คือชื่อแคว้นที่ตั้งของเมือง โดเน็ตสค์ มีชื่อเสียงเรื่องถ่านหิน โดย ชัคตาร์ โดเน็ตสค์ ก็หมายถึง คนขุดแร่ถ่านหินจาก โดเน็ตส์ค เจ้าของประเดิมแมตช์แรกในสนามแห่งนี้ ด้วยการถล่ม โอโบลอน เคี๊ยฟ 4-0 เมื่อ 27 กันยายน 2009 สำหรับ ยูโร 2012 นี่คือสังเวียนที่จะใช้การแข่งขันรอบแรก กลุ่ม ดี ระหว่าง ฝรั่งเศส - อังกฤษ (11 มิ.ย.), ฝรั่งเศส - ยูเครน (15 มิ.ย.), อังกฤษ - ยูเครน (19 มิ.ย.), รอบก่อนรองชนะเลิศ (23 มิ.ย.) และรอบรองชนะเลิศ (27 มิ.ย.)

นี่คือความภูมิใจของเมือง คาร์คิฟ และสโมสร เมทัลลิสต์ คาร์คิฟ

คาร์คิฟ เมืองใหญ่สุดอันดับ 2 ของ ยูเครน มีสนาม โอบลาสต์ สปอร์ตส์ คอมเพล็กซ์ เมทัลลิสต์ เป็นตัวแทนของพวกเขาในศึก ยูโร 2012 นี่คือบ้านของสโมสร เมทัลลิสต์ คาร์คิฟ สามารถจุผู้ชมได้ 38,633 คน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1925 ชื่อเดิมว่า แทร็คเตอร์ สเตเดี้ยม (1926-40) เพราะมีโรงงานผลิตรถแทร็คเตอร์เป็นสปอนเซอร์ และ เซอร์ซิเน็ตส์ สเตเดี้ยม (1940-67) ตามชื่อ เฟลิกซ์ เซอร์ซินสกี้ ผู้นำคนแรกของ เชก้า กองกำลังรักษาความปลอดภัยของสหภาพโซเวียต ล่าสุดบูรณะใหม่ และเปิดใช้เมื่อ 5 ธันวาคม 2009 ซึ่งเป็นวันเกิดครบรอบ 50 ปี ชอง โอเล็กซานเดอร์ ยาโรสลาฟสกี้ ประธานสโมสร ผู้ถือหุ้นส่วนของสนาม 30 เปอร์เซ็นต์ เขาคือประธาน ดีซีเอช กลุ่มอุตสาหกรรมทางการเงินซึ่งเก่าแก่ และทรงอิทธิพลมากที่สุดของยูเครน ซึ่งออกเงินทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อสร้างสนามซ้อม รวมทั้งศูนย์เยาวชน ที่จะถูกใช้งานในศึก ยูโร 2012 อีกด้วย

ภายในของ อารีน่า ลูวีฟ ซึ่งยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้สนามแห่งอื่น

ลูวีฟ เมืองประวัติศาสตร์ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก ยูเนสโก มี อารีน่า ลูวีฟ เป็นตัวแทนในศึก ยูโร 2012 เช่นกัน นี่คือบ้านของสโมสร คาร์ปาตี้ ลูวีฟ พวกเขาเคยปั้นนักเตะอย่าง โอเล็ก ลุซนี่ย์ (ชาวเมือง ลูวีฟ), อันเดร ฮูซิน รวมทั้ง ดีมีโทร ชีกรีนสกี้ ค่ายนี้ตั้งชื่อตามเทือกเขา คาร์ปาเทียน ที่พาดผ่านยูเครน 11 เปอร์เซนต์ เดิม คาร์ปาตี้ มี ยูเครน่า สเตเดี้ยม (ความจุ 28,051 คน) เป็นรังเหย้าเหมือนทีมชาติยูเครน ก่อนย้ายมาใช้สนามนี้หลังสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2011 ใช้เงินลงทุนประมาณ 220 ล้านยูโร (ราว 8,758 ล้านบาท) ส่วนแมตช์ประเดิมสนามเมื่อ 15 พฤศจิกายน จบลงด้วยผล ยูเครน ชนะ ออสเตรีย 2-1 อารีน่า ลูวีฟ สามารถรองรับผู้ชมได้ 34,915 คน การแข่งขัน กลุ่ม บี ระหว่าง เยอรมัน - โปรตุเกส (9 มิ.ย.), เดนมาร์ก - โปรตุเกส (13 มิ.ย.), เดนมาร์ก - เยอรมัน (17 มิ.ย.)

นี่คือ 4 สนามที่ยูเครนใช้จัด ยูโร 2012 ร่วมกับ โปแลนด์ ลองดูนะครับว่าความสวยงามของใครมีมากกว่ากัน ส่วนความคืบหน้า และเรื่องราวอื่นๆของการแข่งขัน จะมีให้ท่านได้ติดตามเป็นระยะ นับจากนี้

เครดิต http://www.siamsport.co.th
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!