:: อธิบายหน้าจอการใช้งาน บาคาร่าจีคลับ (Baccarat GClub) ::

บาคาร่า GClub ความสามารถหน้าจอการใช้งานเล่น บาคาร่าจีคลับ
1. ภาพยืนยันจากระบบคอมพิวเตอร์ : เป็นภาพที่นำมาขยายให้ชัดเจนขึ้นโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ สามารถทำการสลับหน้าไปมาระหว่างภาพจากกล้องสดของพนักงานได้ โดยทำการดับเบิ้ลคลิ๊กที่ภาพดังกล่าว
2. ภาพจริงถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปต : เป็นภาพที่ทำการถ่ายทอดสดตรงจากคาสิโนปอยเปต ซึ่งจะเป็นภาพสด (Live Realtime) สามารถเห็นพนักงานในขณะทำการแจกไพ่ สามารถเลือกสลับไปมาหรือต้องการขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นได้โดยสลับกับภาพยืนยันจากระบบคอมพิวเตอร์ได้
3. เปลี่ยนรหัสส่วนตัวใหม่ (Revision Password) : เป็นปุ่มเมนูสำหรับเข้าไปทำการแก้ไข เปลี่ยนรหัสผ่านที่ได้มาจากทางตัวแทนคาสิโนของบาคาร่า GClub Live
4. ข้อมูลบัญชีของผู้เล่น (Account inquiry) : เป็นปุ่มเมนูสามารถเข้าดูรายการบัญชีของผู้เล่น และประวัติการเล่นย้อนหลังได้
5. สกอร์สถิติสำหรับพิจารณา : ตัวโปรแกรมมีสกอร์สถิติข้อมูลรายการผล บาคาร่า GClub ที่เคยออกผ่านมาไว้ให้พิจารณา
6. ชื่อรหัสสมาชิกที่เข้าใช้งาน (Member No.) : ตัวมีส่วนบอกชื่อรหัสผู้ใช้ในการล๊อคอินเข้ามาเล่นในโปรแกรมคาสิโน
7. ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน (ToTal) : แสดงยอดเงินคงเหลือปัจจุบันของผู้เล่นที่มีอยู่ทั้งหมด
8. หมายเลขรอบที่ทำการวางเดิมพัน (Rounder) : แสดงรอบในการวางเดิมพันในตานั้นๆ ให้ท่านไว้ดูสำหรับใช้ในการอ้างอิง
9. ชิฟในการวางเดิมพัน : ยอดชิฟมีจำนวนตั้งแต่ 100 / 500 / 1000 / 5000 / 10,000 / 50,000 สามารถคลิ๊กที่ชิฟ และไปคลิ๊กวางที่ตำแหน่งที่ต้องการวางเดิมพันได้เลย ถ้าต้องการวางจำนวนเท่าไหร่ ก็คลิ๊กซ้ำที่ชิฟนั้นๆได้เลยเช่น 200 ก็คลิ๊ก 2 ครั้งที่ชิฟ 100
10. ออกเพื่อทำการเปลี่ยนโต๊ะบาคาร่า (ESC) : ท่านสามารถเลือกออกหรือเปลี่ยนเกมส์การเล่นได้โดยเลือกออก (Esc)
11. ยกเลิกเดิมพันหรือล้างการเดิมพันขณะนั้น (Clear Bet) : เมื่อท่านคลิ๊กที่ปุ่มนี้สามารถที่จะยกเลิกการวางเดิมพันในขณะนั้นได้เมื่อท่านไม่แน่ใจ แต่การล้างเดิมพันจะต้องอยู่ในกรอบระยะเวลาที่กำหนด หรือผลยังไม่ออกเท่านั้น
12. ตำแหน่งในการนำชิฟไปวางเดิมพัน : ตำแหน่งเลือกวางเดิมพัน มีให้เลือกแทง Player ชนะ (สีน้ำเงิน) / Banker ชนะ (สีแดง) และสามารถเลือกแทงเสมอได้โดยแทง Tia คือสีเหลือง
วิธีเล่นบาคาร่าคาสิโนออนไลน์
การเล่น Gclub นั้นจะเล่นพนันกันระหว่าง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายผู้เล่นกับฝ่ายเจ้ามือ ว่าฝ่ายใดจะได้แต้มใกล้เคียง 9 แต้มกว่ากัน การเล่นบาคาร่า ท่านสามารถวางเดิมพันได้ดังนี้
1. Player เดิมพันเป็น ผู้เล่น
2. Banker เดิมพันเป็น เจ้ามือ
3. TieGame เดิมพันเป็น เสมอ
4. Player Pair เดิมพันเป็น ผู้เล่นออกคู่
5. Banker Pair เดิมพันเป็น เจ้ามือออกคู่
การแจกไพ่และการทำแต้ม
บาคาร่า ( Baccarat ) หรือ ป๊อกเด้ง เล่นกันด้วยไพ่ แต่ละฝ่ายจะได้รับแจกไพ่อย่างน้อย 2 ใบ แต่ไม่เกิน 3 ใบ ไพ่ใบแรกกับใบที่สามแจกจากกองให้แกฝ่ายผู้เล่น สวนใบที่สองกับใบที่สีแจกให้ฝ่ายเจ้ามือ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องการไพ่ใบที่สาม ตามกติกาพิเศษที่แสดงพอเป็นสังเขปข้างล่างก็ขอได้ (จั่ว) ไพ่ทุกใบที่แจกจะหงายหน้าขึ้น
แต้มของไพ่
ไพ่ที่มีรูปใบหน้า (เต๊ะ) และ 10 นับเท่ากับ 0
ไพ่เอซ ( A) นับเท่ากับ 1
ไพ่ใบอื่นๆ ทั้งหมดนับตามแต้มหน้าไพ่
แต้มของแต่ละฝ่ายคือตัวเลขตัวสุดท้ายของผลบวกของไพ่ทั้งหมดในมือ ดังนั้น ฝ่ายที่ถือไพ่ 8 กับ 9 ก็จะมีแต้ม 7 ( เพราะ 8+9 = 17) ทั้งนี้เพราะไพ่ 10 แต้มและ เต๊ะนับค่าเท่ากับศูนย์ และนับเฉพาะตัวเลขหลักสุดท้ายเท่านั้น ดังนั้นไพ่ 10 แต้มจึงมีค่าเท่ากับศูนย์ การนับแต้มจะนับไล่จาก 0 ถึง 9 เสมอ ( ไม่เหมือนกับการเล่น แบล็กแจ๊คหรือมาเก๊ายีอิด)
และ เป็นไปไม่ได้ที่จะนับแยกออกจากกัน
ตัวอย่างการนับแต้ม
ตัวอย่างที่หนึ่ง 9 + 0 = 9 แต้มของฝ่ายนี้คือ 9
ตัวอย่างที่สอง 4 + 0 + 9 = 13 แต้มของอีกฝ่ายคือ 3
ไพ่แนชเชอรัล (ป๊อก)
เพราะแต่ละฝ่ายต่างก็หวังที่จะได้แต้มใกล้ 9 มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อได้แต้ม 8 หรือ 9 จากไพ่สองใบแรกก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งดี อย่างนี้เรียกว่า " แนชเชอรัล" ทั้งสองฝ่ายต้อง "อยู่" หรือไม่ขอไพ่เพิ่ม ตามปกติแล้ว มีเพียงแต้มเดียวเท่านั้นที่จะเอาชนะแนชเชอรัล 8 ได้คือ แนชเชอรัล 9
การเล่นเกมส์
แจกไพ่ 2 ใบโดยหงายหน้าไพ่ขึ้นให้ทั้งสองฝ่าย (ผู้เล่นและเจ้ามือ)
ถ้าฝ่ายหนึ่งมีไพแนชเชอรัล ฝ่ายนั้นก็ชนะ ถ้าทั้งสองฝ่ายได้ไพ่แนชเชอร์รัล ฝ่ายที่มีแต้มมากกว่าเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายได้ไพ่แนชเชอรัลเท่ากัน ก็เสมอกัน ถ้าทั้งผู้เล่นและเจ้ามือต่างก็ไม่ได้ไพ่แนชเชอรัล ก็ให้ผู้เล่นจั่วไพ่ก่อน เมือฝ่ายผู้เล่นอยุ่ที่แต้ม 6 หรือ 7 ถ้าแต้มน้อยกว่า 6 ก็ให้ผู้เล่นจั่วไพ่อีก 1 ใบ แล้วคิดแต้มใหม่จากด้านของไพ่ทั้งสามใบ
กติกาในการเล่นของผู้เล่น
เมื่อไพ่ 2 ใบแรกของผู้เล่นมีแต้มรวม: ให้ผู้เล่นทำดังนี้
0 1 2 3 4 หรือ 5 จั่ว (หยิบไพ่เพิ่ม)
6 หรือ 7 อยู่ (ไม่หยิบไพ่เพิ่ม)
8 หรือ 9 อยู่ ( แนชเชอรัล)
ต่อไปก็เป็นทีของฝ่ายเจ้ามือบ้าง เจ้ามือจะอยู่เมื่อได้ไพ่รวมแต้ม 6 หรือ 7
แล้วแต่เจ้ามือก็เล่นแบบตรงไปตรงมาเจ้ามือต้องอยู่เมื่อได้ไพ่รวมแต้ม
ตั้งแต่ 0 ถึง 5 และจะอยู่เมื่อได้ไพรวมแต้ม 6 หรือ 7
กติกาในการเล่นของเจ้ามือ
เมือไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือมีแต้มรวม: ให้ผู้เล่นทำดังนี้
0 1 2 3 4 หรือ 5 จั่ว
6 หรือ 7 อยู่
8 หรือ 9 อยู่ ( แนชเชอรัล)
อย่างไรก็ตาม ว่ากันที่ไพ่ใบที่สามของผู้เล่น
เจ้ามือ 2 ใบ 3 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 8 เกมส์หยุด
เจ้ามือ 2 ใบ 4 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-8-9-10 เกมส์หยุด
เจ้ามือ 2 ใบ 5 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-8-9-10 เกมส์หยุด
เจ้ามือ 2 ใบ 6 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-4-5-8-9-10 เกมส์หยุด
การเป็นผู้ชนะ
ฝ่ายที่มีแต้มมากที่สุดและใกล้ 9 แต้มที่สุดเป็นผู้ชนะ
- ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายผู้เล่น ได้เงิน 1 ต่อ 1
- ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ ได้เงิน 1 ต่อ 1 แต่ถูกหัก 5% ซึ่งเป็นค่าต๋ง
- ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเสมอ ได้เงิน 1 ต่อ 8
- ผู้ที่วางเดิมพัน ผู้เล่นออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11
- ผู้ที่วางเดิมพัน เจ้ามือออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11
เมื่อเกิดการเสมอกันขึ้น เดิมพันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้ามือหรือฝ่ายผู้เล่น
( ยกเว้นไพ่คู่) ให้ถอนกลับไปได้ ไม่มีการได้การเสียในตานี้
วิธีการเล่นรูเล็ต

หลักการเล่นรูเล็ต
เพื่อสุ่มหาหมายเลขของวงล้อหมุน รูเล็ต จะมีตัวเลขอยู่ทั้งหมด 37 เลข ปรากฎบนหน้าปัดตั้งแต่หมายเลข 0 ถึง 36 มีหมายเลขสีแดงอยู่ 18 หมายเลข หมายเลขสีดำ อยู่ 18 หมายเลข และหมายเลขสีเขียวอยู่ 1 หมายเลข คือหมายเลข 0 หมายเลขเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการลงเดิมพัน เดิมพันได้หลายรูปแบบ
รูปแบบการเล่นจะมี 10 แบบดังต่อไปนี้
1. การเต็งเลข จ่าย 36 ต่อ จะมีตัวเลขให้เลือกเล่นทั้งหมด 37 เลข ตั้งแต่ 0-36
การเต็งให้เลือกหมายเลขที่ต้องการ กี่หมายเลขก็ได้
2. การเต็ง สูง-ต่ำ จ่ายต่อเดียว (1 to 18 , 19 to 36 )
สูง จะมีหมายเลขตั้งแต่ 19 ถึง 36
ต่ำ จะมีหมายเลขตั้งแต่ 1 ถึง 18
ออกหมายเลข 0 เจ้ามือเป็นผู้ชนะ ถือเป็นค่าต๋ง
3. การเต็ง คู่-คี่ จ่ายต่อเดียว (EVEN,ODD)
คู่ จะมีหมายเลข 2,4,6,8,10,12,14,16,18,20,22,24,26,28,30,32,34,36
คี่ จะมีหมายเลข 1,3,5,7,9,11,13,15,17,19,21,23,25,27,29,31,33,35,36
ออกหมายเลข 0 เจ้ามือเป็นผู้ชนะ ถือว่าเป็นค่าต๋ง
4. การเต็งสี ดำ-แดง จ่ายต่อเดียว (BLACK,RED)
ดำ จะมีหมายเลข 2,4,6,8,1011,13,15,1720,22,24,26,2829,31,33,35
แดง จะมีหมายเลข 1,3,5,7,9, 12,14,16,18,1921,23,25,27, 30,32,34,36
5. การเต็งโซน จ่าย สองต่อ จะมีทั้งหมด 3 โซน (1st 12 , 2nd 12, 3rd 12)
1st 12 จะมีหมายเลขตั้งแต่ 1- 12
2nd 12 จะมีหมายเลขตั้งแต่ 13 -24
3rd 12 จะมีหมายเลขตั้งแต่ 25-36
ออกหมายเลข 0 เจ้ามือเป็นผู้ชนะถือว่าเป็นค่าต๋ง
6. การเต็งแถว จ่าย 2 ต่อ จะมีทั้งหมด 3 แถว (1st 12 , 2nd 12, 3rd 12)
1st 12 จะมีหมายเลขตั้งแต่ 1,4,7,10,13,16,19,22,25,28,31,34
2nd 12 จะมีหมายเลขตั้งแต่ 2,5,8,11,14,17,20,23,26,29,32,35
3rd 12 จะมีหมายเลขตั้งแต่ 3,6,9,12,15,18,21,24,27,30,33,36
7. การค่อมเลข 2 หมายเลข จ่าย 18 ต่อ ท่านสามารถวางค่อมเลขอะไรก็ได้ที่อยู่ติดกัน ยกเว้น 0 เช่น 10,11,21 กับ 24 เป็นต้น
8. การค่อมเลข 3 หมายเลข จ่าย 12 ต่อ ท่านสามารถวางค่อมเลขอะไรก็ได้ที่อยู่ติดกัน ยกเว้น 0 เช่น 19,20,21 หรือ 28,29,30
9. การค่อมเลข 4 หมายเลข จ่าย 9 ต่อ ท่านสามารถวางค่อมเลขอะไรก็ได้ที่อยู่ติดกัน ยกเว้น 0 เช่น 19,20,22,23 หรือ 25,26,28,29
10. การค่อมเลข 6 หมายเลข จ่าย 6 ต่อ ท่านสามารถวางค่อมเลขอะไรก็ได้ที่อยู่ติดกัน ยกเว้น 0 เช่น 1,2,3,4,5,6 หรือ ,16,17,18,19,20,21
วิธีการเล่นไฮโล

หลักการเล่นไฮโล
เพื่อสุ่มหาแต้มของลูกเต๋า จะมีลูกเต๋าทั้งหมด 3 ลูก แต่ละลูกจะมี 6 หน้า ตั้งแต่หมายเลข 1 ถึงเลข 6 จึงเป็นที่มาของการเล่นที่หลากหลายรูปแบบของ ไฮโล
รูปแบบการวางเดิมพันมี 7 รูปแบบดังนี้
1. การเต็ง สูง – ต่ำ จ่ายต่อเดียว โดยนับแต้มของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก
สูง จะมีแต้มตั้งแต่ 11 – 17
ต่ำ จะมีตแมตั้งแต่ 4 - 10
ถ้าลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกออกเลขเหมือนกัน ทั้ง 3 ลูก (ตอง) จะให้เจ้ามือชนะ เพราะจะถือว่าเป็นค่าต๋ง
2. การเต็งเลข จ่ายต่อเดียว โดยสามารถดูได้จากลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก ถ้ามีเลขที่วางเดิมพันไป ภายในลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก ก็จะชนะ แต่ลูกภายใน 3 ลูกนี้ มีเลขที่วางเดิมพัน 2 ลูก ก็จะได้ 2 ต่อ และ ถ้าภายใน 3 ลูกนี้ มีเลขที่วางเดิมพัน ทั้ง 3 ลูกก็จะได้ 3 ต่อ
3. การโต๊ดเลข จ่าย 5 ต่อ โดยเลือกเลขที่จะวางเดิมพันมา 2 เลข โดยหวังว่า
ลูกเต๋าทั้ง3ลูกนี้ จะมีเลขที่โต๊ดไว้ออก
4. การโต๊ดเลขคู่ จ่าย 8 ต่อ โดยเลือกเลขที่จะวางเดิมพัน 1 เลข โดยกะว่าลูกเต๋า
ทั้ง 3 ลูกนี้ จะมีเลขที่โต๊ดไว้ออกเหมือนกัน 2 ลูก
5. การเต็งแต้มรวม จ่ายตามแต้มที่ออก โดยนับแต้มของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก จะมีแต้มรวมตั้งแต่ 4 แต้ม จนถึง 17 แต้ม ให้เลือเล่น
แต้มรวม 17 16 15 14 13 12 11 10 9 8 7 6 5 4
จ่าย 1:50 1:18 1:14 1:12 1:8 1:6 1:6 1:6 1:6 1:8 1:12 1:14 1:18 1:50
6. การแทงตอง จ่าย 150 ต่อ โดยดูจากลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก ถ้ามีตัวเลขเหมือนกัน 3 ลูก ตรงกับที่วางเดิมพันไป ก็จะเป็นผู้ชนะ
7. การแทงตองรวม จ่าย 24 ต่อ โดยดูจากลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก แค่เลขเหมือนกัน ทั้ง 3 ลูก ไม่จำเป็นต้องกำหนดเลข ขอแค่เป็นตอง ก็จะเป็นผู้ชนะ